สิ่งที่คนเราไม่อยากมีมากที่สุด ก็คงเป็นคนไม่อยากมีหนี้ เพราะการเป็นหนี้นั้นก็เหมือนกับการมีภาระอย่างหนึ่ง หากเป็นหนี้ก้อนโตก็อาจจะต้องใช้เวลาใช้หนี้สินเขาตลอดชีวิต แต่ถ้าเป็นหนี้สินก้อนเล็กก็อาจจะยังพอมีทางให้ปลอดหนี้ได้ แต่เมื่อสิ่งนี้มันเกิดขึ้นมาแล้ว หนึ่งสิ่งที่เราควรทำคือ การหาวิธีการปลดหนี้ที่สามารถทำตามได้ แต่เราสามารถที่จะทำได้

1. หยุดวงจรการสร้างหนี้เพิ่ม
หนึ่งในปัจจัยหลักของการเป็นหนี้ที่ไม่มีวันจบสิ้น คือ การสร้างหนี้ยืมสินอย่างไม่มีวันจบสิ้น ซึ่งวิธีการดูว่าเราสร้างหนี้อยู่หรือเปล่า ดูง่ายๆเลย
– ตอนนี้เราจ่ายค่าบัตรเครดิตแค่ขั้นต่ำอยู่ หรือจ่ายเต็มจำนวนตลอดทุกเดือน
– เงินที่ผ่อนของทุกอย่างตอนนี้รวมกันแล้วมากกว่า 50% ของรายรับที่ได้
– เริ่มกู้เงินจากคนรอบข้างมาเพื่อใช้จ่าย หรือกู้เงินมาเพื่อผ่อนหนี้สินอื่นๆ ถ้าตอนนี้กำลังเป็นแบบนี้อยู่ ให้ลองตั้งคำถามกับตัวเองดูว่า
ทางออกของการแก้ปัญหาหนี้มีอะไรบ้าง จะสามารถหาเงินมาจ่ายหนี้ยังไงโดยไม่ต้องกู้เงินเพิ่ม คำถามเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถจัดการกับระบบชีวิตในเรื่องของการเงินได้มากขึ้น

2. เช็กดูว่าตอนนี้มีหนี้ทั้งหมดเท่าไร
ไม่ว่าตอนนี้จะมีหนี้สินอยู่เท่าไร สิ่งที่สำคัญเลยคือ การยอมรับความจริงว่า ตอนนี้การเงินเราเป็นอย่างไรบ้าง เพราะหนึ่งในปัญหาหลักๆ เลยคือ คนส่วนใหญ่มักไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็นหนี้ และคิดว่าสิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ทำให้นานวันเข้ามันเริ่มสะสมไปเรื่อยๆ ดังนั้นหนึ่งในวิธีการที่ดีที่สุดคือ การทำตารางรายการทั้งหมด โดยใส่รายละเอียดทั้งหมดว่ามีรายการอะไรบ้าง ประเภทหนี้เป็นแบบไหน บัตรเครดิต การยืมเพื่อน สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถ และเขียนว่าเจ้าหนี้เป็นใคร ยอดเหลือเท่าไร อัตราดอกเบี้ยแต่ละปีมีอย่างไรบ้าง และยอดชำระในแต่ละเดือนขั้นต่ำเท่าไร ที่ทำเช่นนี้เราจะได้มองเห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าในแต่ละเดือนเราจะมีรายจ่ายเท่าไร และจะใช้เงินอย่างไรให้เพียงพอ

3. หาวิธีสร้างรายได้เพิ่มเติม
พอเรารู้แล้วว่าตอนนี้หนี้มีอยู่เท่าไร และมีอะไรบ้าง จากนั้นให้มาดูว่าในอนาคตข้างหน้าจะมีโอกาสได้รับเงินก้อนไหม เช่น เงินโบนัส ค่าคอมมิชชั่น หรือเงินประเภทต่างๆ ที่เป็นเงินก้อนเพื่อจะมาจ่ายได้ ซึ่งหลักในการปิดหนี้ทั้งหมดมีหลักการง่ายๆ อยู่ 3 อย่าง
     – ปิดหนี้ทีละรายการ : การที่เรากระจายเงินไปจ่ายทุกอย่างนั้นไม่ได้ช่วยให้หนี้ลดลงแต่อย่างใด เพราะเราจะสามารถจ่ายได้แค่ขั้นต่ำของแต่ละรายการ วิธีการที่ดีในตอนนี้คือ การจ่ายหนี้ทีละรายการเพื่อเป็นการลดปริมาณการจ่ายให้ได้เร็วที่สุด
     – เลือกจ่ายหนี้ที่สามารถลดต้นลดดอกได้ : ในการจ่ายเงินนั้นจะมีอัตราดอกเบี้ยที่คงที่ ถ้าเราไปทุ่มเงินกับตรงนั้น ยอดที่มีก็ไม่ได้ลดลง หรือดอกก็ยังคงที่เท่าเดิม แต่ถ้าเรามีเงินก้อนมาและนำไปจ่ายหนี้ที่สามารถลดดอกได้ กับเงินต้นได้ จะช่วยให้ยอดที่มีลดน้อยลงได้
     – เลือกจ่ายหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงก่อน : ถ้าสมมติเดือนนั้นเรามีเงินโบนัสมากพอจะสามารถปิดรายการหนี้ได้ ให้เลือกรายการที่มีดอกเบี้ยสูงก่อน หรือหากเงินไม่พอจำนวนนั้น ก็ให้เลือกจ่ายที่ดอกเบี้ยลดลงมาตามลำดับ ดูว่าเงินที่ได้รับมาสามารถจ่ายหนี้ขั้นไหนได้ โดยอย่าลืมเลือกที่อัตราดอกเบี้ยสูงที่สุด

4. ใช้วิธีการรีไฟแนนซ์เข้ามาช่วย
การรีไฟแนนซ์ไม่ได้เป็นการช่วยให้เงินที่เป็นหนี้ลดลง แต่มันจะช่วยในเรื่องของสภาพคล่องการเงินให้ผ่อนต่อเดือนลดน้อยลง เพราะเงินต้นที่มียังคงมีเท่าเดิม ซึ่งหลักเกณฑ์ในการเลือกรีไฟแนนซ์ก็คือ อัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อที่ใหม่จะต้องน้อยกว่าที่เดิมประมาณครึ่งหนึ่ง และเลือกที่ให้ผ่อนงวดระยะยาว เพื่อให้ยอดผ่อนต่อเดือนเราลดน้อยลงค่ะ แต่การทำแบบนี้ก็มีข้อควรระวังนะคะ ไม่ใช่จะคิดว่าเจ้าหนี้ลดน้อยลงแล้วจะกลับไปทำนิสัยแบบเดิม จริงๆ แล้วยอดมันเท่าเดิม เพียงแต่เรารวบรวมให้มันเป็นเจ้าเดียวกันก็เพียงเท่านั้น ดังนั้นหากเราทำแบบนี้แล้ว ก็ควรเลิกนิสัยที่ใช้จ่ายเงินเกินตัวด้วยนะคะ เพื่อจะได้ปลดหนี้ให้รวดเร็วขึ้น

5. นำเงินคงเหลือที่มีมาจ่ายเงินต้น
วิธีนี้คือหากเราจ่ายเงินในขั้นต่ำของที่กู้มา ก็ให้ชำระเงินส่วนต่างในวันเดียวกับที่เก็บค่างวด และเงินในส่วนนี้จะถูกนำไปตัดเงินต้นโดยตรง ทำให้จำนวนเงินต้นของเราลดน้อยลงกว่าการผ่อนแบบธรรมดาทั่วไป นอกจากนี้เมื่อเงินในส่วนนั้นค่อยๆ ลดลง ผลที่ตามมาคือดอกเบี้ยที่มีก็ย่อมลดลงไปด้วย สิ่งที่สำคัญคือการที่เรานำเงินไปจ่ายในส่วนนั้นทีละรายการ เพื่อให้สามารถปิดยอดได้อย่างทีละรายการ และเพื่อไม่เป็นการสับสนต่อตัวเราเองด้วย

วิธีการทั้งหมดนี้เป็นวิธีการปลดหนี้แบบง่ายๆ ที่คิดว่าทุกคนสามารถนำไปใช้ได้จริง และลองนำไปปรับใช้กับชีวิตประจำวันของตัวเองดูว่าเหมาะกับแบบไหน และหนทางที่ดีที่สุดคือ เมื่อเป็นหนี้แล้วอย่าพยายามสร้างมันเพิ่มขึ้น แต่ให้คิดว่าจะมีวิธีอย่างไรจะปลดล็อกหนี้ได้อย่างรวดเร็ว