ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่ ที่ต้องดูแลทั้งสามี และลูก ในทุกๆเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานบ้านงานเรือน เรื่องงานครัว ไหนจะกวาดบ้าน ถูบ้าน ไหนจะขัดห้องน้ำ ซึ่งในแต่ละงานก็ต้องออกแรงไม่ใช่น้อยๆ แถมยังต้องเป็นห่วงลูก เป็นห่วงสามี และปัญหาที่ทำให้ปวดหัวไม่เว้นในแต่ละวัน เหนื่อยทั้งกาย เหนื่อยทั้งใจ ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพของคุณแม่บ้านโดยไม่รู้ตัว วันนี้เราเลยรวมโรคยอดฮิต ที่เป็นภัยเงียบของเหล่าบรรดาแม่บ้านทั้งหลาย ว่าแต่จะมีโรคอะไรบ้างนั้น เราตามมาดูกัน

1. โรคเรื้อรัง

แน่นอนว่าโรคนี้คงเป็นโรคยอดฮิตที่อยู่อันดับต้นๆ ของทุกคน ทุกสายงาน ไม่ว่าจะเป็นแม่บ้าน พนักงานออฟฟิศ หรือพนักงานบริการ เพราะความเครียดสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ ความเครียดไม่เพียงแต่ส่งผลต่อจิตใจของเราเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อร่างกายเช่นกัน เมื่อคุณรู้สึกกังวล แก้ปัญหาไม่ได้ มีปัญหาทะเลาะกันระหว่างคนในบ้าน หรือทะเลาะกับเพื่อนบ้าน ก็ทำให้เครียดจนปวดหัวได้ หากคุณสะสมความเครียดไว้กับตัวเองเป็นเวลานานจะทำให้กลายเป็นความเครียดเรื้อรังได้

ผลเสีย : หากคุณเครียดมาก สะสมเป็นเวลานาน สภาพร่างกายก็จะส่งผลเสียไปด้วย ทำให้นอนไม่หลับ ความดันโลหิตสูงขึ้น เสี่ยงที่จะมีภาวะของโรคซึมเศร้า ทั้งยังส่งผลต่อคนรอบข้างได้อีกด้วย

คำแนะนำ : นั่งพัก หลับตา แล้วหายใจเข้าลึกๆ เปิดเพลงฟังเบาๆ ให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายให้ได้มากที่สุด หรือไม่ก็หากิจกรรมเพื่อผ่อนคลายความเครียดทำ เช่น ออกไปช้อปปิ้ง เข้าวัดทำบุญให้จิตใจสงบ เข้าสปาเพื่อนวดผ่อนคลาย

2. โรคข้อเสื่อม

โรคนี้เกิดจากการใช้งานข้อต่อเนื่องยาวนาน จนทำให้กระดูกอ่อน ผิวข้อสึกกร่อน มีอาการเจ็บปวดข้อขณะเคลื่อนไหว ปัจจุบันไม่ใช่แค่คนสูงวัยเท่านั้นที่จะเป็นโรคนี้ได้ วัยกลางคนก็เป็นได้เหมือนกัน อย่างเหล่าคุณแม่บ้านที่ต้องทำงานบ้านทั้งวัน แน่นอนว่าร่างกายต้องขยับตลอดเวลา ในแต่ละวันที่ต้องทำงานบ้านต้องเดินวันหลายกี่ก้าว ยืนนาน กว่าจะทำงานบ้านเสร็จ เคยลองคำนวณกันหรือไม่? เช่น การเดินจ่ายตลาด ยืนรอรถเมล์ ทำกับข้าว รีดผ้า ล้างจาน เป็นต้น หากคุณต้องยืนหรือเดินเป็นเวลานานเกินไป คุณมีโอกาสที่จะเสี่ยงเป็นโรคข้อเสื่อมได้เหมือนกัน ทั้งนี้ปัจจัยเสี่ยงมาจากอายุ การใช้งานและน้ำหนัก

ผลเสีย : เมื่อเป็นโรคข้อเสื่อมจะมีอาการปวด บวม ที่ข้อเข่า ปวดบริเวณข้อเข่าขณะเดิน หรือขณะเดินขึ้นลงบันได บางคนอาจมีอาการปวดตอนกลางคืนในขณะที่นอน

คำแนะนำ : การรับประทานอาหารที่มีคุณค่าเพียงพอต่อร่างกาย และอาจจะเสริมด้วยวิตามิน คอลลาเจน ไม่หักโหมจากการใช้ร่างกายมากเกินไป ออกกำลังง่ายๆ ตอนเช้าสัก 5 นาที

3. โรคภูมิแพ้

หน้าที่หลักของผู้เป็นแม่หรือแม่บ้านอย่างเราๆก็คือการทำความสะอาด ปัดกวาดเช็ดถู ทำให้ต้องสัมผัสหรือสูดดมไรฝุ่นที่มีอยู่ทุกวัน ในทุกซอกทุกมุม ยิ่งทำความสะอาดก็เหมือนต้องสูดดมไรฝุ่นเข้าไปทุกครั้งแบบเลี่ยงหลีกไม่ได้ จนก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ขึ้นได้ ทำให้มีอาการจาม คัดจมูก มีน้ำมูก ระคายเคืองตามผิวหนัง ในบางรายถ้าเป็นมากๆอาจจะมีอาการหอบหืดเพิ่มขึ้นด้วย

ผลเสีย : หากคุณเป็นโรคภูมิแพ้ จะมีโอกาสที่ร่างกายไม่สามารถต้านทานต่อสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ ที่เข้ามาได้ หรือถ้าเจออะไรมากระตุ้นก็อาจจะทำให้อาการกำเริบหรือหนักขึ้น ซึ่งสร้างความรำคาญให้กับคุณ

คำแนะนำ : เบื้องต้นถ้ารู้ว่าเราแพ้อะไรให้หลีกเลี่ยงสิ่งนั้น เช่น ฝุ่นละออง เกสรดอกไม้ โดยการใส่หน้ากากเพื่อป้องกัน หรือไม่ก็ทานยาแก้แพ้เมื่ออาการภูมิแพ้กำเริบ

4. โรคอ้วนและโรคกระเพาะ

คุณแม่บ้านส่วนใหญ่ต้องตื่นมาทำกับข้าวในตอนเช้า ให้ลูกๆและสามีได้ทานในตอนเช้า แล้วก็ยังได้ทานข้าวสายกว่าสมาชิกคนอื่นๆ ในบ้าน กว่าจะเคลียภารกิจในครัวเสร็จก็สายมากแล้ว จึงทำให้บางครั้งไม่สามารถกินข้าวได้ตรงตามเวลา มิหนำซ้ำส่วนมากแม่บ้านจะทำกับข้าวกินเองเพราะประหยัดกว่า และได้คุณค่าทางอาหารที่สดใหม่กว่า เมื่อสมาชิกในบ้านทานไม่หมด หรือเหลือนิดๆ หน่อย คุณแม่รู้สึกเสียดายอาหาร ทานให้หมดสักหน่อยแล้วกันจะได้ไม่เสียของ ผลพ่วงกับคำว่าเสียดายของ ก็จะทำให้น้ำหนักขึ้นโดยไม่รู้ตัว และการที่ไม่ได้ออกไปไหนอยู่แต่ในบ้าน จนเริ่มชิน ทำให้เริ่มขี้เกียจแต่งตัว ไม่ดูแลหุ่น ไม่ออกกำลังกาย รู้ตัวอีกทีก็น้ำหนักขึ้นเสียแล้ว

ผลเสีย : โรคกระเพาะ จะทำคุณปวดท้อง แสบท้อง แสบหน้าอก ไม่ว่าจะหิวหรืออิ่ม เพราะกระเพาะถูกน้ำย่อยกัดเป็นแผลไปแล้ว และโรคอ้วนเมื่อเป็นแล้วจะมีความเสี่ยงนำไปสู่ภาวะการเกิดโรคแทรกซ้อนและโรคเรื้อรังต่างๆ ตามมา เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคข้อเสื่อม เป็นต้น

คำแนะนำ : แบ่งเวลาให้ที่บ้านและดูแลตนเอง ออกกำลังกายบ้าง ทานอาหารที่มีประโยชน์ ใส่ใจในเรื่องของโภชนาการ งานบ้านบางอย่างไม่ใช่ว่าเราจะต้องทำเองทั้งหมด แบ่งให้คนในครอบครัวช่วยๆ กันบ้างก็ได้