แค่รู้ว่าต้องล้างจาน ก็ขี้เกียจแล้วใช่ไหม ยิ่งถ้าเป็นจานชามกองโตที่สะสมเอาไว้เต็มอ่างล้างจาน ก็คงยิ่งท้อเข้าไปใหญ่เลยทีเดียว ยิ่งเห็นก็ยิ่งเครียด แต่ก็ไม่อยากล้างอยู่ดี เพราะคิดว่าเป็นเรื่องน่าเบื่อ 

วันนี้เราจึงมี 11 ทริคล้างจานง่ายๆ ให้สะอาดเกลี้ยงเกลาไร้คราบ มาฝากทุกคนกัน เผื่อว่าจะรู้สึกดีกับการล้างจานขึ้นมาบ้าง 

1. จัดระเบียบเรียงลำดับจานชามให้เรียบร้อยก่อน
กองจานชามที่วางกันยุ่งเหยิงก็มีส่วนทำให้เราเบื่องานล้างจานได้เลยนะจะบอกให้ ทางที่ดีก่อนลงมือล้างจานทุกครั้ง แนะนำให้จัดระเบียบและแยกประเภทซะก่อน เช่น จานก็วางเรียงซ้อนกันในกองจาน ช้อน-ส้อมก็แช่อยู่ในที่ที่เดียวกัน หรืออาจจะแยกแก้วน้ำไว้ในตะกร้าแก้วต่างหากด้วยก็ได้ เมื่ออ่างล้างจานดูไม่ยุ่งเหยิงเราก็จะล้างจานได้ง่ายขึ้น

2. แช่จานให้คราบหนักหลุดก่อนล้าง
ในส่วนของเครื่องครัวหรือจาน-ชามเปื้อนคราบหนักและล้างออกยากนั้น ควรนำไปแช่ไว้ในอ่างแยกที่ผสมน้ำเปล่าและน้ำยาล้างจานเอาไว้ก่อน เพื่อให้คราบกรังเหล่านั้นอ่อนตัวลงและง่ายต่อการล้างทำความสะอาดในภายหลัง แต่อย่าลืมกลับมาล้างด้วย

3. ล้างแก้วน้ำเป็นอันดับแรก
จะล้างจานทั้งทีมันก็ต้องทำให้ถูกขั้นตอนหน่อย สิ่งที่ควรล้างทำความสะอาดเป็นอันดับแรกนั่นก็คือ แก้วน้ำต่าง ๆ เพราะถ้าหากล้างจานเปื้อนก่อน จะทำให้คราบมันจากอาหารที่ติดอยู่กับฟองน้ำไปติดอยู่ที่แก้วน้ำได้ มิหนำซ้ำอาจทำให้มีกลิ่นคาวติดแก้วมาด้วย

4. ล้างช้อน-ส้อมต่อจากแก้วน้ำ
หลังจากที่ล้างแก้วน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้วก็อย่าเพิ่งหยิบจานมาล้างเลยทันที ควรจะล้างช้อน-ส้อมเป็นอันดับต่อไป ล้างให้สะอาดเกลี้ยงเกลาไร้คราบซะก่อน มิเช่นนั้นถ้าล้างช้อนส้อมในขั้นตอนสุดท้ายเลย คราบมันอาจติดที่ช้อน-ส้อมและเข้าสู่ร่างกายเมื่อนำไปใช้งานได้

5. เริ่มล้างจานที่สกปรกน้อยสุดก่อน
หลังจากที่ล้างแก้วและช้อน-ส้อมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็มาลงมือล้างจาน-ชามและเครื่องครัวต่อได้เลยค่ะ เพียงแต่จะต้องล้างไล่ล้างจานที่สกปรกน้อยที่สุดให้หมดก่อน แล้วค่อยเริ่มล้างทำความสะอาดจานที่เปื้อนคราบหนักหรือคราบกรังเป็นขั้นตอนสุดท้าย เพื่อไม่ให้รู้สึกท้อตั้งแต่เริ่มต้นและยังช่วยประหยัดน้ำยาล้างจานได้ด้วย

6. ล้างจานขณะทำอาหารไปด้วย
ถ้าไม่อยากเป็นลมหงายผึ่งต่อหน้ากองจานหลังทำอาหารเสร็จ ก็เปลี่ยนเป็นล้างจานไปพร้อม ๆ กับการทำอาหารเลย จะได้ไม่เป็นภาระหนักในตอนสุดท้าย อย่างเช่น อาหารประเภทไหนต้องใช้เวลานานในการเคี่ยวทิ้งไว้ก็สามารถหันล้างจานพราง ๆ ก่อน หรือหลังจากใช้เขียงหั่นเสร็จแล้วก็ให้ล้างเลยทันที

7. แช่รอยดำไหม้ในน้ำเย็น
เสียเวลาขัดรอยไหม้กรัง ๆ ไปก็เปล่าประโยชน์ เพราะนอกจะไม่ได้ผลแล้วแถมยังเมื่อยมืออีกต่างหาก ทางที่ดีเราขอแนะนำให้แช่อุปกรณ์ครัวที่มีรอยไหม้ลงในน้ำเย็นที่ผสมเกลือประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ แล้วแช่ทิ้งไว้ทั้งคืน จากนั้นนำหม้อและน้ำที่อยู่ในหม้อนั้นไปต้มให้เดือด เทน้ำทิ้ง เทน้ำส้มสายชูกับเบกกิ้งโซดาลงไป เพื่อช่วยให้การล้างในขั้นตอนสุดท้ายง่ายยิ่งขึ้น

8. ใช้น้ำเย็นล้างคราบนม เนย ชีส และแป้ง
อย่าคิดว่าจาน-ชามและเครื่องครัวต่าง ๆ จะล้างด้วยวิธีเดียวกันหมดนะคะ ส่วนจาน-ชามที่เปื้อนอาหารประเภท นม เนย และแป้งก็ใช้น้ำเย็นที่ผสมน้ำยาล้างเพื่อล้างทำความสะอาดออกเท่านั้นคราบถึงจะออกจริง เพราะถ้าหากใช้น้ำร้อนล้าง คราบเหล่านั้นก็จะยิ่งเหนียวข้นขึ้นและเกาะติดจานทำให้ล้างออกยากขึ้น

9. ใช้น้ำอุ่นล้างแก้วน้ำ
หากสิ่งของที่อยู่ในอ่างล้างจานนั้นเป็นแก้วคริสตัลอย่างดี เราไม่ควรนำไปล้างกับน้ำร้อนโดยเด็ดขาด เพราะน้ำร้อนจะเข้าไปทำลายเนื้อแก้วจนเสียหาย ทางที่ดีควรเปลี่ยนมาล้างในน้ำอุ่นที่มีอุณหภูมิพอเหมาะ เพราะมันจะช่วยให้แก้วใบสวยของคุณสะอาดใสกิ๊ง โดยไม่มีรอยขีดข่วน

10. วางฝาในถุงซักผ้าหลังล้าง ไม่ต้องกลัวฝาหาย
หลายคนคงเบื่อกับการล้างฝาขวด ฝากระป๋อง ฝาถ้วย และฝาอื่น ๆ อีกมากมาย เพราะมันมักจะหล่นหายหลังล้างเสร็จ งั้นต่อไปนี้หลังล้างฝาเสร็จทุกครั้งให้นำฝาทั้งหมดใส่ลงในถุงซักผ้า แล้ววางให้สะเด็ดน้ำบนตะแกรง เพียงเท่านี้ฝาก็ไม่หล่นหายไปไหนแล้วล่ะ

11. ผสมน้ำยาล้างจานให้ล้างได้นานขึ้น
เดี๋ยวนี้ข้าวของเครื่องใช้ต่างพากันขึ้นราคาไม่เว้นแม้แต่น้ำยาล้างจาน ฉะนั้นเราจึงต้องใช้อย่างประหยัด โดยการผสมน้ำยาล้างจานจำนวนหนึ่งหรือประมาณ 1 ช้อนโต๊ะกับน้ำเปล่า 1 ถ้วยแล้วตีให้เกิดฟอง แล้วค่อยนำฟองน้ำมาจุ่มเพื่อล้างจาน น้ำยาล้างจานในถ้วยนี้ทำให้เราล้างจานได้มากขึ้นแถมยังสะอาดเกลี้ยงเกลาเหมือนเดิมด้วย

จาก 11 ทริคล้างจานง่ายๆ ให้สะอาดเกลี้ยงเกลาไร้คราบ ที่เรานำมานั้นหวังว่าทุกคนจะสามารถนำไปใช้ได้ เพราะว่าไม่มีใครหนีงานบ้านโดยเฉพาะการล้างจานพ้นหรอก เพราะว่าต่อให้ไม่ชอบ แต่ก็ต้องล้างอยู่ดี เพื่อความสะอาดและสุขอนามัย