เรื่องสยอง ด้วยรักและอาฆาต 2 : เรื่องที่ผมจะเล่าในวันนี้คือ เรื่องที่เกิดขึ้นจริง

ด้วยรักและอาฆาต 2

เรื่องสยอง ด้วยรักและอาฆาต 2

ด้วยรักและอาฆาต 2 ‘คุณโกรธอะไรลูก?’ ถามแม่ของชายคนนั้นดูละครในห้องนั่งเล่นแทนการทักทาย ‘ไร้สาระแม่’ ชายคนนั้นตอบอย่างหงุดหงิด พี่ท็อปใช้เวลาคุยกับเพื่อนของแม่จนละครจบ และในขณะที่พวกเขากำลังจะเข้านอน แม่ของท็อปก็ออกไปที่ลานหน้าบ้านเพื่อโทรหาสุนัขตัวโปรดของเธอ ซึ่งปกติแล้วจะปล่อยให้มันวิ่งไปรอบ ๆ ในสวนจนเข้านอน พี่ท็อปตรงไปที่ห้องครัวเพื่อดื่มน้ำก่อนจะขึ้นไปบนห้องนอนชั้นบน แต่ต้องเดินถอยหลังเมื่อเห็นแม่ทำเหมือนพยายามจะสอดแนมอะไรบางอย่าง

ท็อปคิดว่าเธอกำลังมองหาสุนัขแสนซนของแม่ ‘ท็อปลืมเพื่อนของเขาไว้ในรถหรือเปล่า’ แม่หันไปหาพี่ท็อปด้วยสีหน้าจริงจัง พี่ท็อปตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน แต่ท่าทางของแม่นั้นจริงจังเกินกว่าจะคิดว่าเป็นเรื่องตลก พี่ท็อปตอบอย่างมั่นใจว่าไม่ได้พาใครกลับมา ทั้งสองคนกลับมาจริงๆ แต่ดูเหมือนแม่จะเชื่อสายตาตัวเองมากกว่าคำพูดของลูกชาย แม่เดินไปที่รถ ใช้มือบังแสงนีออนเพื่อทะลุเบาะหลังรถ แม่ดูจริงจังมากจนท็อปต้องตามเธอลงไปเพราะคิดว่าเธอคงจะมั่นใจจริง ๆ

แม่และลูกสาวสองคนสอดแนมในรถที่ว่างเปล่าโดยไม่มีเงาของสิ่งมีชีวิตใด ๆ เมื่อท็อปหันไปเรียกแม่ให้กลับบ้าน แม่คงตาบอดไปแล้ว แต่แม่ของฉันยังคงยืนยันว่าเธอเห็นมันจริงๆ แต่ภาพตรงหน้าเป็นเครื่องยืนยันได้ดีจริงๆว่าไม่เป็นอะไร แม่จึงยอมเดินเข้าไปในบ้านพร้อมกับสุนัขอ้วนของแม่ที่ดื้อรั้น

คืนนั้นพี่ท๊อปไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้เท่าไหร่ เพราะดูเหมือนความประหม่าของแฟนสาวน่าจะเป็นปัญหาที่ใหญ่กว่ามาก พี่ท็อปรีบขึ้นไปบนห้องด้วยความตั้งใจที่จะโน้มน้าวแฟนสาวให้หายในคืนนี้ คืนนั้นทุกอย่างดูเหมือนจะไม่มีอะไรผิดปกติ จนวันรุ่งขึ้นพี่บีตื่นแต่เช้าก่อนพี่ท็อป เรียกพี่ท็อปไปอาบน้ำแต่งตัวจะได้ไม่ไปทำงานสาย และตอนนี้เขากำลังทำงานอย่างหนักเพื่อเรียกพี่ท๊อป ตาพี่บีเห็นผมยาวสวยที่ติดเสื้อพี่ท๊อป

‘ท็อป ฉันเป็นใคร? เมื่อคืนคุณสนิทกันมากไหม’ พี่บีเริ่มโมโหอีกแล้ว ‘จะบ้าเหรอบี? มันคือชุดนอน อาบน้ำก่อนนอนด้วย ฉันเอง พี่บีโต้เถียงไม่ได้เพราะเหตุผลที่ท็อปให้มันเป็นเหตุผลมาก เพราะชุดนี้เป็นชุดนอน ไม่ใช่ชุดที่ใส่ไปงานเมื่อคืน ก่อนเข้านอน อาบน้ำ ความเป็นไปได้คงมีแค่มีมของเธอเอง แต่เส้นผมในมือนั้นเป็นสีที่แตกต่างจากของเธอ

ผมสีดำสนิทในมือของเธอเป็นของจริง ไม่ใช่เศษผ้าหรือเศษฝุ่นทุกที่ แต่สีผมของเธอแตกต่างจากผมสีน้ำตาลอ่อนที่เพิ่งย้อมเมื่อไม่นานมานี้ เป็นไปได้ไหมที่ศีรษะของเธอไม่ได้ย้อมด้วยเส้นใยเพียงเส้นเดียว? และผลักเข้าเส้นที่ล้มลง เธอคิดอยู่นานในการพยายามหาคำตอบเพราะเธอเป็นคนขี้หึงมาก ทีละเล็กทีละน้อยไม่เห็นด้วย แต่เสียงคร่ำครวญนี้ไม่มีมูลจริง ๆ ‘ฉันสงสัยว่ามันติดอยู่กับร้านซักรีด’ นั่นคือสิ่งที่เธอคิดในขณะนั้น

สองสามวันต่อมา สิ่งแปลกประหลาดก็เกิดขึ้นรอบตัวพวกเขา เมื่อพี่ท็อปเริ่มมีอาการแปลกๆ กลับถึงบ้านก็ดูกระสับกระส่ายและดูเหมือนไม่สนใจพี่บีเท่าที่ควร จนพี่บีเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง ที่ปกติพี่บีเกือบจะเก็บไว้ให้เขา ด้วยความอยากรู้ พี่บีเลยขอพี่ท็อปเอาโทรศัพท์ไปค้นแบบคนขี้อิจฉา แต่ไม่ว่าจะค้นหาหรือเช็คอะไร ก็ไม่มีอะไรแสดงว่าพี่ท็อปกำลังนอกใจหรือคุยกับคนอื่นเลย

แต่พี่บียังไม่ไว้ใจสิ่งที่เกิดขึ้น และคืนนั้นขณะที่พี่ท็อปกับพี่บีกำลังนอนดูละครอยู่ในห้องนอนของตัวเอง เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูห้องนอน เขาก็รีบลุกขึ้นและเห็นว่าเป็นแม่ที่เคาะห้อง ผู้เป็นแม่มีสีหน้ากังวลใจหันซ้ายหันขวา

‘ทอต้นไม้ลงไปดูหน้าบ้าน. ไอ้อ้วนเห่าใส่ใครไม่รู้มาตั้งนาน แม่กลัว พี่ท็อปเดินลงบันไดด้านด่วน พอเดินลงไปข้างล่างก็ได้ยินเสียงขู่สลับกับเสียงเห่าของหมาตัวเดียวในบ้าน ขณะที่มันจ้องมองไปที่ประตูด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง

พี่ท็อปถือไม้กวาดใกล้ ๆ กับเขาแล้วเปิดไฟหน้าบ้านเพื่อดูว่าใครกำลังรบกวนพื้นที่ส่วนตัวของเขาในยามดึกเช่นนี้ พี่ท็อปเดินไปหน้าบ้านด้วยความรู้สึกกลัว แต่อย่างเจ้าอ้วนน่าจะช่วยได้ในเวลาแบบนี้ การเห่าอย่างดื้อรั้นทำให้เจ้านายรู้สึกอกหักเล็กน้อย ท็อปเดินไปที่ประตูบ้าน มีแต่ความว่างเปล่า

ถนนในหมู่บ้านว่างเปล่าจนแม้แต่สุนัขข้างถนนก็มองไม่เห็น โทพีพยายามมองไปรอบ ๆ รั้ว แต่ไม่เห็นเงาของใครเลย เมื่อหันไปดูตาข่าย ก็พบว่ามันยังไม่หยุดเห่าและตาของมันจับจ้องอยู่ที่จุดเดียวราวกับกำลังดูอะไรบางอย่าง

ก่อนหน้า : เรื่องสยอง ด้วยรักและอาฆาต